ระเบิดฟอร์มเหมาสองประตูในบทบาทวิงแบ็ก

เปโดร เนโต้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังเหมาคนเดียวสองประตูจากตำแหน่งวิงแบ็ก ในเกมที่เชลซีบุกไปเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 2-0 ที่สนามฮิลล์ ดิกกินสัน สเตเดียม ทำให้ภาพรวมการขยับปีกมาเล่นวิงแบ็กของสโมสรถูกนำไปเปรียบเทียบกับกรณีของ วิคเตอร์ โมเสส ในยุคของ อันโตนิโอ คอนเต้ เมื่อสิบปีก่อน

ผลงานในฤดูกาลนี้ของดาวเตะวัย 26 ปี ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ่ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยทำไปแล้ว 4 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 9 นัด แม้ว่าในจำนวนนี้จะเป็นการลงสนามในฐานะตัวสำรองถึง 3 นัดก็ตาม

ผ่านมรสุมความไม่แน่นอนก่อนต่อสัญญายาวถึงปี 2032

ช่วงตลาดซื้อขายนักเตะช่วงฤดูร้อน อนาคตของเนโต้เคยมีความไม่แน่นอน หลังมีความผิดหวังจากการอำลาทีมของ เอ็นโซ มาเรสกา ในวันปีใหม่ ขณะที่ เลียม โรซีเนียร์ ซึ่งเข้ามาคุมทีมต่อก็อยู่ในตำแหน่งได้ไม่ถึง 4 เดือน และทีมจบอันดับ 10

ทางสโมสรเคยตั้งค่าตัวของเนโต้ไว้สูงถึงราว 100 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม หลังจากนักเตะหลายคนตัดสินใจต่อสัญญาใหม่ร่วมกับโปรเจกต์ของ อลอนโซ่ ตัวของเนโต้ก็ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่ยาวไปจนถึงปี 2032 เมื่อเดือนที่ผ่านมา และก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักสำคัญของทีมอย่างเต็มตัว

สถิติผลงานยกระดับทั้งรุกและรับ

ตัวเลขสถิติในพรีเมียร์ลีกแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการรอบด้าน แม้จะเล่นเป็นวิงแบ็ก แต่เนโต้มีจังหวะสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งเพิ่มขึ้นจาก 3.6 ครั้ง เป็น 5.3 ครั้งต่อ 90 นาที การเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จเพิ่มเป็น 1.8 ครั้งต่อ 90 นาที ด้วยอัตราความสำเร็จ 52.6% และสร้างโอกาสจากการเล่นโอเพนเพลย์เพิ่มเป็น 1.8 ครั้งต่อเกม

นอกจากนี้ ผลงานด้านเกมรับยังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสถิติการเข้าปะทะสำเร็จขยับขึ้นจาก 0.7 เป็น 2.0 ครั้งต่อ 90 นาที และการแย่งบอลกลับมาครองเพิ่มขึ้นจาก 2.9 เป็น 3.9 ครั้งต่อเกม ซึ่งนักเตะเคยระบุว่าความฟิตและสมรรถภาพทางกายส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตในครอบครัวที่เล่นโรลเลอร์ฮอกกี้

แท็กติกอสมมาตรที่ปลดล็อกศักยภาพ

อลอนโซ่ใช้งานระบบการเล่นที่มีความไม่สมมาตร โดยไม่ได้สั่งให้วิงแบ็กฝั่งซ้ายอย่าง ยอร์เรล ฮาโต หรือ เป๊ป ชาวาร์เรีย เติมเกมรุกมากเท่าฝั่งขวา ส่งผลให้เนโต้ได้รับอิสระในการบุกขึ้นหน้าอย่างเต็มที่

กุนซือชาวสเปนระบุถึงตำแหน่งของเนโต้ว่าสามารถนิยามเป็นได้ทั้งปีก วิงแบ็ก ผู้เล่นเกมรุก หรือผู้เล่นเกมรับ เพราะเป็นนักเตะที่มีความสามารถรอบด้าน มีความกระหายในการแข่งขันสูง และสร้างความอันตรายใส่ฟูลแบ็กคู่แข่งได้เสมอเมื่อเข้าใกล้พื้นที่อันตราย