จังหวะประวัติศาสตร์ในชัตเตอร์เดียวใจกลางสนามซาน ซิโร่

ภาพถ่ายอันเป็นสัญลักษณ์ของการฟาดแข้งระหว่าง เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน เกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อปี 2005 โดยเป็นจังหวะที่ มาร์โก มาเตรัซซี่ กองหลังอินเตอร์ ยืนท้าวศอกบนไหล่ของ รุย คอสต้า กองกลางมิลาน ท่ามกลางกลุ่มควันและพลุไฟสีแดงที่ถูกขว้างลงมาจากอัฒจันทร์

สเตฟาโน่ เรลลันดินี่ ช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์ในเวลานั้น เปิดเผยว่าขณะที่ทุกคนพุ่งเป้าไปที่กลุ่มควัน เขาสังเกตเห็นช่วงเวลาสองสามวินาทีที่นักเตะสไตล์ดุดันอย่างมาเตรัซซี่และจอมทัพสายคลาสสิกอย่างรุย คอสต้า หยุดยืนเคียงข้างกัน จึงตัดสินใจกดบันทึกภาพไว้ได้เพียงเฟรมเดียวเท่านั้น

เหตุการณ์เดือดจนต้องยุติเกมและปรับแพ้

ความตึงเครียดของเกมดังกล่าวปะทุขึ้นหลังผู้ตัดสินปฏิเสธการได้ประตูของ เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ กองกลางอินเตอร์ ส่งผลให้กองเชียร์เนรัซซูรี่แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงด้วยการขว้างปาสิ่งของและพลุไฟลงสู่พื้นสนามอย่างต่อเนื่องนานนับสิบนาที

หนึ่งในพลุไฟที่ถูกขว้างลงมาพุ่งไปโดน ดีด้า ผู้รักษาประตูเอซี มิลาน จนได้รับบาดเจ็บ ทำให้ผู้ตัดสินตัดสินใจสั่งยุติการแข่งขันในนาทีที่ 73 ซึ่งขณะนั้นมิลานมีสกอร์รวมนำอยู่ 3-0 ส่งผลให้เอซี มิลาน ได้รับการตัดสินให้ชนะการแข่งขันในที่สุด

แรงกดดันและความตึงเครียดของมิลานดาร์บี้

การเผชิญหน้ากันในฤดูกาล 2004-05 เต็มไปด้วยแรงกดดันสะสม โดยอินเตอร์เผชิญความผิดหวังในการไล่ล่าความสำเร็จระดับลีกและยุโรปมาอย่างยาวนาน แม้จะลงทุนเสริมทัพมูลค่ามหาศาล ขณะที่มิลานในยุคนั้นครองตำแหน่งแชมป์อิตาลีและเคยเขี่ยคู่ปรับร่วมเมืองตกรอบรายการนี้มาก่อน

อเลสซานโดร คอสตาคูร์ต้า อดีตกองหลังมิลาน ยอมรับว่าเกมดาร์บี้ แมตช์ แห่งเมืองมิลานเป็นช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดจนส่งผลให้นอนไม่หลับ เช่นเดียวกับ เปาโล มัลดินี่ ที่ระบุว่าเมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยบรรยากาศความกดดันและความตื่นตัวอย่างมหาศาลยามทั้งสองทีมโคจรมาพบกัน