ประตูชัยดับนาโปลีกับการสร้างสรรค์เกมรุกสุดดุดัน

อาร์เซน่อล เริ่มต้นเส้นทางศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ด้วยชัยชนะเหนือ นาโปลี 1-0 จากลูกยิงด้วยเท้าซ้ายอันเฉียบคมของ มาร์ติน โอเดการ์ด ในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกม ช่วยให้ทัพปืนใหญ่คว้าสามแต้มสำคัญในการออกไปเยือนแดนมักกะโรนีได้สำเร็จ

เกมดังกล่าวทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แสดงความอดทนในการเจาะแนวรับของทีมแกร่งแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา ที่คุมทัพโดย มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี โดย อาร์เซน่อล ครองเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จและสร้างโอกาสสับไกยิงรวมถึง 26 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติจำนวนครั้งที่ยิงได้มากที่สุดในนัดเดียวของสโมสร และเป็นจำนวนที่ นาโปลี โดนคู่แข่งล่อเป้ามากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติในฤดูกาล 2003-04

ก้าวข้ามปัญหาบาดเจ็บสู่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุด

ในฤดูกาลก่อน กองกลางทีมชาตินอร์เวย์วัย 27 ปี ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าและหัวไหล่ ทำให้ได้ลงสนามรวมทุกรายการไปเพียง 36 นัด ทำได้ 1 ประตูและ 7 แอสซิสต์เท่านั้น ซึ่งรวมถึงการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเพียง 24 นัด แม้ว่าทีมจะประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปีก็ตาม

อย่างไรก็ตาม โอเดการ์ด เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังช่วยทีมชาตินอร์เวย์ผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลกก่อนพ่ายให้กับทีมชาติอังกฤษ และเมื่อเปิดฤดูกาลใหม่ เจ้าตัวก็ยกระดับฟอร์มการเล่นอย่างน่าประทับใจ โดยยิงประตูปิดท้ายในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ณ กรุงคาร์ดิฟฟ์ ด้วยจังหวะหลอก จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ก่อนส่งบอลสู่ก้นตาข่าย

นอกจากนี้ เขายังทำประตูได้ในเกมชนะ โคเวนทรี ซิตี้ 3-0 และยิงประตูชัยในเกมที่พลิกกลับมาเอาชนะ เชลซี 2-1 ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จากการวิ่งสอดรับจังหวะปล่อยบอลข้ามหลอกของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนยิงผ่าน เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ รักษาสถิติชนะรวดให้ทีมได้อย่างต่อเนื่อง

บทบาทผู้นำตัวจริงและเสียงชื่นชมจากกุนซือสู่กูรู

มิเกล อาร์เตต้า แสดงความพึงพอใจอย่างยิ่งต่อทัศนคติของกัปตันทีม โดยระบุว่าทีมต้องการนักเตะที่มีสภาพจิตใจกล้าเล่น กล้าเสี่ยง และก้าวขึ้นมาตัดสินผลการแข่งขันในจังหวะสำคัญ ซึ่ง โอเดการ์ด สามารถพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายและช่วยทำประตูชี้ขาดได้ตามที่ทีมต้องการ

ทางด้าน เนดุม โอนูโอฮา อดีตกองหลังพรีเมียร์ลีกและผู้วิเคราะห์เกม แสดงมุมมองว่า โอเดการ์ด กำลังยกระดับทีมขึ้นไปอีกขั้นด้วยความสามารถในการคุมจังหวะเกมและการสร้างสรรค์โอกาส โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งขวา รวมถึงความทุ่มเทในการลงมาช่วยเล่นเกมรับอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้เขากลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเกมรุกของ อาร์เซน่อล ในซีซั่นนี้

เป้าหมายปลดล็อกบัลลังก์ยุโรปและโปรแกรมหนักรอทดสอบ

เป้าหมายสูงสุดที่ อาร์เซน่อล ยังคงรอคอยคือถ้วยแชมเปียนส์ ลีก หลังจากที่เคยเข้าชิงชนะเลิศและแพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ในปี 2006 รวมถึงการพ่ายจุดโทษต่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในเกมนัดชิงชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ โอเดการ์ด ตั้งเป้าหมายอย่างแรงกล้าที่จะเป็นกัปตันทีมคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่ได้ชูถ้วยใบนี้

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในเวทียุโรปยังมีบททดสอบสำคัญรออยู่อีกมาก ทั้งการเปิดบ้านรับมือ เรอัล มาดริด และการบุกไปเยือน บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งหากกัปตันทีมชาวนอร์เวย์ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นที่ยอดเยี่ยมนี้ต่อไปได้ โอกาสที่ อาร์เซน่อล จะก้าวข้ามกำแพงสู่ความสำเร็จสูงสุดในระดับทวีปย่อมเปิดกว้างมากขึ้นอย่างแน่นอน