การตัดสินใจต่อสัญญาของ ลูคัส แบร์กวัลล์

ลูคัส แบร์กวัลล์ กองกลางทีมชาติสวีเดนวัย 20 ปี ได้ตกลงเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เขาเคยแจ้งความต้องการย้ายทีมออกไปเมื่อสามเดือนก่อน

ดาวเตะรายนี้เคยขอสโมสรย้ายทีมในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์ หลังได้รับโอกาสลงสนามอย่างจำกัดนับตั้งแต่ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ก้าวเข้ามาคุมทัพช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว โดยปัจจุบันเขาลงเล่นให้ทีมชาติสวีเดนไปแล้ว 14 นัด และเป็นผู้เล่นชายอายุน้อยที่สุดของประเทศที่ได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก

ความเชื่อมั่นในสโมสรและการแย่งชิงตำแหน่ง

แบร์กวัลล์ เปิดเผยถึงการต่อสัญญาว่า สโมสรกำลังสร้างสิ่งสำคัญร่วมกันและเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น ทำให้เขาต้องการพัฒนาตนเองทั้งในและนอกสนามที่นี่ พร้อมตั้งเป้าช่วยทีมด้วยผลงาน ประตู และแอสซิสต์ โดยในฤดูกาลนี้เขาเพิ่งได้รับโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไป 45 นาที

ทางด้าน เด แซร์บี้ ออกมาระบุว่านักเตะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมช่วงพรีซีซั่น แต่การแย่งตำแหน่งแดนกลางยังคงเป็นงานยาก เนื่องจากมีผู้เล่นระดับสูงอย่าง ซานโดร โตนาลี, โรดริโก้ เบนตานกูร์ และ คอนอร์ กัลลาเกอร์ ขวางอยู่ กระนั้นเชื่อว่าแข้งชาวสวีดิชจะมีบทบาทสำคัญและได้โอกาสลงเล่นหลายเกมเมื่อถึงช่วงท้ายฤดูกาล

ท่าทีของ เด แซร์บี้ และความสนใจในตลาดนักเตะ

ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แบร์กวัลล์ เคยได้รับความสนใจจากทั้ง แอสตัน วิลลา และ เชลซี ขณะที่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวเป็นจำนวนเงิน 38 ล้านปอนด์ แต่ถูกทาง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ปฏิเสธไป

เด แซร์บี้ เคยกล่าวยกย่องนักเตะว่าเป็นผู้เล่นชั้นยอด แต่ก็ย้ำชัดเจนว่าจะไม่รั้งใครที่ไม่มีใจให้อยู่ต่อ นอกจากนี้กุนซือชาวอิตาเลียนยังยอมรับว่าตนเองเคยมีความผิดพลาดในการจัดการตัวผู้เล่นช่วงท้ายฤดูกาลก่อน ซึ่งทีมต้องดิ้นรนอย่างหนักจนรอดพ้นการตกชั้นมาได้อย่างหวุดหวิด โดยล่าสุดเขาเชื่อมั่นว่าจุดพีคของนักเตะยังรออยู่ข้างหน้าและสโมสรพร้อมสนับสนุนเต็มที่

ข้อพิพาทเรื่องสัญญาของ ริชาร์ลิซอน

ในทางกลับกัน ริชาร์ลิซอน กองหน้าทีมชาติบราซิลวัย 29 ปี กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ขัดแย้งเรื่องสัญญากับสโมสร หลังจากดีลการย้ายไปร่วมทีม วาสโก ดา กามา ล่มลงไป

ริชาร์ลิซอน ไม่มีชื่ออยู่ในทีมชุดลุยศึกพรีเมียร์ลีกของสเปอร์ส หลังการย้ายไป เอฟเวอร์ตัน ในวันปิดตลาดไม่สำเร็จ โดยนักเตะต้องการให้สโมสรปล่อยตัวออกจากสัญญาที่เหลืออยู่ ซึ่งจะหมดลงในซัมเมอร์หน้า แม้ทีมจะมีเงื่อนไขขยายสัญญาเพิ่มได้อีก 12 เดือนก็ตาม ทั้งนี้ เด แซร์บี้ ระบุว่าตนรับรู้ดีถึงสิ่งที่สโมสรและนักเตะต่างทำให้กันและกันตลอดช่วงที่ผ่านมา