การคัมแบ็กคำรบสองของ จูเลียน วอร์ด สู่ตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬา
เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป หรือ เอฟเอสจี เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล ตัดสินใจดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อแต่งตั้ง จูเลียน วอร์ด วัย 45 ปี เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของทีมเป็นครั้งที่สอง หลังจาก ริชาร์ด ฮิวจ์ส อำลาตำแหน่งเพื่อย้ายไปร่วมงานกับ อัล-ฮิลาล ในศึกซาอุดี โปรลีก โดยกระบวนการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งครั้งนี้มี ไมค์ กอร์ดอน ประธานของเอฟเอสจี เป็นผู้นำการดำเนินงาน
ก่อนหน้านี้ ฮิวจ์ส ได้ทำหน้าที่ในถิ่นแอนฟิลด์เป็นเวลา 2 ปีครึ่ง ก่อนจะแยกทางกับสโมสรหลังสิ้นสุดตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ ทำให้ ไมค์ กอร์ดอน ต้องกลับมาดูแลการบริหารงานประจำวันของทีมเป็นการชั่วคราว ก่อนที่จะเลือก วอร์ด ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์กรมาอย่างยาวนานและได้รับความไว้วางใจอย่างสูง
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรและการร่วมทุนของกลุ่มเจ้าของ
การกลับมาของ วอร์ด เกิดขึ้นท่ามกลางการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญภายในโครงสร้างระดับสูงของสโมสร โดยก่อนหน้านี้ทั้ง ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายฟุตบอลของเอฟเอสจี และ ริชาร์ด ฮิวจ์ส ต่างก้าวลงจากบทบาทหน้าที่ภายในปีเดียวกัน
นอกจากนี้ กลุ่มเจ้าของทีมอย่าง เอฟเอสจี ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการขายหุ้นจำนวน 38 เปอร์เซ็นต์ของสโมสรให้แก่กลุ่ม 1892 โฮลดิงส์ ด้วยมูลค่า 2,000 ล้านปอนด์ ซึ่งกลุ่มทุนดังกล่าวมี อามิต บาเทีย เป็นแกนนำ และมี เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้งแอมะซอน ร่วมด้วย พร้อมทั้งยังมีเงื่อนไขทางเลือกในการเข้าซื้อกิจการทั้งหมด หากในอนาคตทาง เอฟเอสจี ตัดสินใจขายหุ้นที่เหลือ การดึง วอร์ด มารับงานจึงช่วยสร้างความต่อเนื่องให้กับการบริหารด้านฟุตบอล
ผลงานในอดีตและทีมงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชุดใหม่
วอร์ด มีประวัติการทำงานในแอนฟิลด์มาอย่างยาวนานกว่า 14 ปี ผ่านบทบาทหน้าที่หลากหลายทั้งผู้จัดการฝ่ายแมวมองในยุโรปและผู้ช่วยผู้อำนวยการกีฬา ก่อนจะขึ้นรับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาในฤดูกาล 2022-23 แทนที่ เอ็ดเวิร์ดส์ แม้จะเคยขออำลาบทบาทดังกล่าวด้วยเหตุผลส่วนตัวหลังจากเริ่มงานได้ไม่กี่เดือนก็ตาม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว สโมสรได้ทำการเซ็นสัญญากับนักเตะอย่าง ลุยส์ ดีอาซ, โกดี้ คักโป, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ ดาร์วิน นูเญซ ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมในตอนนั้นมีส่วนร่วมต่อการตัดสินใจเรื่องตลาดนักเตะมากขึ้น
ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา วอร์ด รับหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ เอฟเอสจี และมีบทบาทในการวางแผนพัฒนาดาวรุ่งในระดับสากล ซึ่งนำไปสู่การคว้าตัวนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีหลายรายในปีนี้ สำหรับการกลับมาทำหน้าที่ผู้อำนวยการกีฬาอีกครั้ง เขาจะร่วมขับเคลื่อนงานบริหารฟุตบอลร่วมกับ เดวิด วูดไฟน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกีฬา, แบร์รี ฮันเตอร์ หัวหน้าทีมแมวมอง, เปโดร มาร์เกส ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาฟุตบอลของเอฟเอสจี รวมถึงทีมผู้นำระดับสูงของ อันโดนี อิราโอลา