บทบาทรอบด้านในเกมเปิดบ้านเจ๊าปืนใหญ่

แฮร์รี่ เคน โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมที่บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านเสมอ อาร์เซน่อล 2-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก โดยเป็นผู้จ่ายบอลโค้งหลบ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ให้ อัลฟอนโซ เดวิส ยิงตีเสมอ หลังจาก เอเบเรชี เอเซ ยิงให้อาร์เซน่อลนำไปก่อน จากนั้น เคน ยิงจุดโทษให้บาเยิร์นขึ้นนำ ซึ่งเป็นประตูที่ 16 ในอาชีพของเขาในการพบกับอาร์เซน่อล ก่อนที่ เดแคลน ไรซ์ จะยิงตีเสมอให้ทีมเยือนช่วงท้ายเกม

ในเกมดังกล่าว เคน มีจังหวะสัมผัสบอลรวม 40 ครั้ง และยังสร้างความประหลาดใจตั้งแต่ช่วง 25 นาทีแรก ด้วยการลงไปเปิดลูกตั้งเตะจากปากประตูตัวเองยาว 80 หลา ซึ่ง เนดุม โอนูโอฮา ระบุว่าสิ่งนี้สะท้อนถึงอิสระและความเชื่อมั่นที่ แว็งซ็องต์ กอมปานี รวมถึงรุ่นพี่อย่าง มานูเอล นอยเออร์ มอบให้กับกองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ

ทาบสถิติประวัติศาสตร์แชมเปียนส์ ลีก

การทำประตูจากจุดโทษส่งผลให้ เคน กลายเป็นนักเตะคนที่สองในประวัติศาสตร์ของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่สามารถทำประตูได้ติดต่อกันถึง 10 นัด โดยคนแรกที่ทำสถิตินี้ได้คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เคยยิงต่อเนื่อง 11 นัดให้ เรอัล มาดริด ระหว่างเดือนมิถุนายน 2017 ถึงเมษายน 2018

ประตูดังกล่าวยังทำให้หัวหอกวัย 33 ปี เพิ่มสถิติการยิงให้บาเยิร์น มิวนิค เป็น 156 ประตูจากการลงสนาม 158 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาจากท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อปี 2023

เสียงหนุนจากเดแคลน ไรซ์ และการลุ้นบัลลงดอร์

เดแคลน ไรซ์ กองกลางอาร์เซน่อลและเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ แสดงความเห็นหลังจบเกมว่า เคน คู่ควรที่จะเป็นผู้ชนะรางวัลบัลลงดอร์อย่างยิ่งจากตัวเลขสถิติที่ยอดเยี่ยมตลอดทั้งปีที่ผ่านมา

เคน มีชื่อติดโผ 30 คนสุดท้ายของรางวัลดังกล่าวที่มี ลามีน ยามาล และ อุสมาน เดมเบเล่ เจ้าของรางวัลคนปัจจุบันร่วมเป็นตัวเต็ง โดยพิธีประกาศผลจะจัดขึ้นในวันจันทร์นี้ที่ลอนดอน หลังการลงคะแนนของคณะกรรมการผู้สื่อข่าว 100 คน ซึ่ง เคน ระบุว่าการโหวตได้ปิดลงไปนานแล้ว และเขาทำได้เพียงเฝ้ารอผลเท่านั้น