การรียูเนียนที่คุ้มค่าตามแผนงานของ มาเรสก้า
แม้จะมีเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับค่าตัวมหาศาลถึง 125 ล้านปอนด์ ในวันปิดตลาดซื้อขาย แต่นายใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง เอ็นโซ่ มาเรสก้า แสดงความยินดีอย่างยิ่งที่สโมสรยอมทุ่มเงินดึงตัว เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มาร่วมทัพอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่เคยร่วมงานกันที่ เชลซี และสร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งจนกุนซือชาวอิตาเลียนมองว่าเขาคือชิ้นส่วนสุดท้ายในแผนการทำทีม
ทางฝั่งมิดฟิลด์วัย 25 ปี ซึ่งเพิ่งผ่านความผิดหวังจากการพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกต่อทีมชาติสเปน ก็แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าต้องการย้ายมาร่วมงานกับเจ้านายเก่า โดย มาเรสก้า มองว่าเขาคือพี่ใหญ่ในกลุ่มกองกลางหน้าใหม่ 3 รายที่ดึงเข้ามาเสริมทัพร่วมกับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน และ อัยยูบ บูอัดดี้
เผชิญบททดสอบใหญ่หลังใบแดงของ โฟเด้น
ก่อนการมาเยือนถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทัพเรือใบสีฟ้าเก็บชัยชนะเหนือ โคเวนทรี และ เอฟซี ปอร์โต้ มาได้ ทว่าแดนกลางยังคงมีจังหวะที่ไม่ลงตัวและเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งบ่อยครั้ง จนกระทั่งเกมดาร์บี้แมตช์ต้องพบกับความยากลำบากยิ่งขึ้นเมื่อต้องดวลกับ บรูโน่ แฟร์นันเดส และ ค็อบบี้ เมนู
สถานการณ์ยิ่งทวีความกดดันเมื่อ ฟิล โฟเด้น โดนใบแดงไล่ออกจากสนามตั้งแต่ช่วงกลางครึ่งแรกจากการเข้าปะทะใส่ บรูโน่ แฟร์นันเดส ทำให้ทีมต้องปรับแท็กติกด้วยการขยับ รายาน แชร์กี ออกไปเล่นด้านขวา และส่งผลให้ เฟร์นานเดซ ต้องแบกรับบทบาทในแดนกลางเป็นสองเท่า ทั้งการคุมเกมในฐานะเบอร์ 8 และการเติมเกมขึ้นไปช่วยสนับสนุน เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในจังหวะบุก
สถิติวิ่งครอบคลุมพื้นที่และตัดเกมชั้นยอด
กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าวด้วยพลังกายและสมาธิที่ยอดเยี่ยม เขาลงเล่นไปจนถึงนาทีที่ 82 ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกให้ นิโก้ โอไรล์ลีย์ ลงมาแทน โดยสถิติจาก Opta ระบุว่าเขาเคลื่อนที่ไปเป็นระยะทางถึง 10.25 กิโลเมตร ซึ่งมีอัตราการวิ่งเฉลี่ยต่อนาทีเทียบเท่ากับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ซึ่งเป็นผู้เล่นที่วิ่งรวมมากที่สุดในสนาม
นอกจากระยะทางแล้ว เฟร์นานเดซ ยังทำการสปรินต์ด้วยความเร็วสูงถึง 10 ครั้ง มากกว่ามิดฟิลด์ตัวกลางคนอื่นๆ ถึงสองเท่า พร้อมทั้งชนะการดวลแย่งบอลได้ถึง 8 ครั้ง และตัดบอลได้มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นตำแหน่งกองกลาง ซึ่งช่วยหยุดยั้งการสร้างเกมรุกตรงกลางสนามของเจ้าบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับที่ แอนเดอร์สัน เผยหลังเกมว่าทุกคนต้องวิ่งและต่อสู้มากขึ้นจนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
ความมุ่งมั่นในสนามและเสียงเชียร์จากแฟนบอล
ตลอดเวลาในสนาม เฟร์นานเดซ แสดงความดุดันและสร้างความปั่นป่วนให้คู่แข่ง รวมถึงจังหวะที่มีปากเสียงและถูก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ผลักหลังพยายามเรียกจุดโทษ รวมถึงการยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเล่นในจังหวะที่ ฮาแลนด์ ยิงประตูชัยให้กับทีม
เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดยาว มาเรสก้า วิ่งฉลองไปตามริมเส้น ส่วน เฟร์นานเดซ รวบรวมพลังที่เหลือเดินไปหาแฟนบอลทีมเยือนที่ร่วมกันร้องเพลงเชียร์ชื่อของเขาตามทำนองเพลง Zombie ของวง The Cranberries ขณะที่กองเชียร์ฝั่ง แมนฯ ซิตี้ ต่างร่วมร้องเพลงเย้ยหยันถึงการเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนจนคว้าชัยชนะได้สำเร็จ