โคโมสร้างประวัติศาสตร์ยิง 9 ลูกบุกถล่มล็องส์
โคโม ภายใต้การคุมทีมของ เชส ฟาเบรกาส สร้างผลงานสะเทือนเวทียุโรปหลังบุกไปเอาชนะ ล็องส์ ด้วยสกอร์ขาดลอย 9-1 กลายเป็นทีมที่สองในประวัติศาสตร์แชมเปียนส์ ลีก ที่ยิงได้ถึง 9 ประตูในนัดเดียว ต่อจากบาเยิร์น มิวนิค ที่เคยชนะดินาโม ซาเกร็บ 9-2 เมื่อปี 2024
อนาสตาซิออส ดูวิคาส ซัดแฮตทริกนำทัพ โดยมี นิโก ปาซ ยิงหนึ่งประตูพร้อมทำสองแอสซิสต์ ร่วมด้วยลูกยิงจาก ลูกัส ดา กุนญา, มาร์ค-โอลิเวอร์ เคมฟ์, มัตเตีย ลิเบราลี, มาร์ติน บาตูรินา และ มัตเตโอ ปาปาชิโอลี ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่เฟเยนูร์ดในปี 1971 ที่ยิงเก้าประตูนอกบ้านในถ้วยใบนี้ และคว้าชัยเป็นนัดที่สามจากการลงเล่นสี่เกมแรก
มาดริดโดนนำสองหนก่อนรัวแซงคว้าชัยช่วงท้าย
เรอัล มาดริด ภายใต้การนำของ โชเซ มูรินโญ บุกไปเฉือนชนะ เออีเค เอเธนส์ 3-2 รักษาสถิติชนะรวดในรอบแบ่งกลุ่มและคว้าชัย 7 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ โดยเกมนี้ วินิซิอุส จูเนียร์ ได้กลับมาออกสตาร์ตตัวจริงหลังพ้นโทษแบนในลาลีกา
เจ้าถิ่นออกนำก่อนจาก อาบูบาการี โอยตา แต่ จูด เบลลิงแฮม ยิงตีเสมอให้ทีมเยือน จากนั้น สตาฟรอส ปิลิออส ส่งทีมแชมป์ลีกกรีซขึ้นนำอีกครั้งช่วง 15 นาทีสุดท้าย ก่อนที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป จะตามตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว และเป็น เฟเดริโก บัลเบร์เด ที่ส่องไกลสุดสวยเป็นประตูชัยท้ายเกม
สรุปผลคู่อื่น นาโปลีพ่าย ปอร์โต-ดอร์ทมุนด์เก็บสามแต้ม
ปอร์โต ปลดล็อกคว้าชัยนัดแรกของรายการหลังเปิดบ้านถล่ม นาโปลี 4-1 โดยทีมเยือนได้ประตูปลอบใจจาก สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ขณะที่ คลับ บรูช บุกชนะ พีเอสวี 2-1 ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 9 ของตาราง
ด้าน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เฉือน เรอัล เบติส 2-1 จากประตูชัยนาที 72 ของ คอนสแตนตินอส คาเรตซาส ส่วน ไวกิ้ง คว้าชัยชนะนัดแรกด้วยการเปิดรังถล่ม ซาบาห์ ที่เหลือสิบคน 4-1 โดย เอริค บ็อตไฮม์ เหมาคนเดียวสองประตู