จุดเปลี่ยนสำคัญจากวีเออาร์สู่ชัยชนะนัดแรกในรอบ 10 เกม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตได้สำเร็จ หลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง โรม่า 0-2 ในสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเกือบส่งผลให้สถานะกุนซือของ ไมเคิล คาร์ริค สิ้นสุดลงทันที ก่อนจะพลิกกลับมาคว้าชัยชนะได้เป็นนัดแรกจาก 10 นัดหลังสุด

จุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นเมื่อ บรูโน่ แฟร์นันเดส ยิงจุดโทษครั้งแรกไม่เข้า แต่ห้องควบคุมวีเออาร์ (VAR) โดย การ์ลอส เดล เซร์โร่ กรานเด แจ้งให้ยิงใหม่เนื่องจาก ไบรอัน คริสตันเต้ ผู้เล่นโรม่าก้าวล้ำเข้ามาในกรอบเขตโทษ บรูโน่จึงยิงแก้ตัวสำเร็จ จากนั้น มาเธอุส คุนญ่า ทำสองประตูในช่วง 7 นาทีสุดท้าย แม้หลังจากนั้นเจ้าตัวจะถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่ทีมยังรักษาสกอร์ไว้ได้

เบื้องหลังคำพูดปลุกใจช่วงพักครึ่งของ คาร์ริค

ฟอร์มอันย่ำแย่ในครึ่งแรกส่งผลให้อดีตนักเตะระดับตำนานอย่าง เวย์น รูนีย์ และ นิคกี้ บัตต์ ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์เกมให้กับ แอมะซอน ไพรม์ ออกมาวิจารณ์ทีมอย่างหนัก ทว่า คาร์ริค เปิดเผยว่าสิ่งที่เขาเน้นย้ำกับลูกทีมในห้องแต่งตัวคือการมองบวกและอย่ายอมแพ้ต่อสถานการณ์

คาร์ริคระบุว่าการรู้สึกผิดหวังและสงสารตัวเองไม่ช่วยอะไร จึงกระตุ้นให้ลูกทีมมองหาจังหวะที่จะเปลี่ยนทิศทางของเกม ซึ่งรูนีย์ได้ออกมาชื่นชมแนวทางการเปลี่ยนทัศนคติของคาร์ริคหลังจบเกม ขณะที่กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยกย่องความนิ่งของบรูโน่ในการรับหน้าที่สังหารจุดโทษซ้ำดาบสอง

แรงกดดันนอกสนามและบททดสอบถัดไปกับ แอสตัน วิลล่า

แม้ชัยชนะนัดนี้จะสร้างความโล่งใจให้ โอมาร์ เบอร์ราดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล แต่บรรยากาศต่อต้านยังคงดำเนินอยู่ โดยแฟนบอลประท้วงด้วยสัญลักษณ์สีเขียว-ทอง พร้อมส่งเสียงร้องโจมตีตระกูลเกลเซอร์, เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ และวิลค็อกซ์ ตั้งแต่ก่อนเกม

คาร์ริคยอมรับว่าผลงานหลังจากนี้คือตัวตัดสิน และชัยชนะเพียงนัดเดียวไม่อาจการันตีความปลอดภัยในตำแหน่งได้ ซึ่งบทเรียนในอดีตของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เคยเจอสถานการณ์คัมแบ็กในลักษณะนี้ก่อนต้องพ้นเก้าอี้ โดยภารกิจถัดไปของทีมคือเกมสำคัญที่จะเปิดรังพบกับ แอสตัน วิลล่า ในช่วงสุดสัปดาห์